ข้อดีและข้อเสียของพลังงานแสงอาทิตย์

ปัจจุบันมีการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในเบื้องต้นพื้นฐานของอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ รวมทั้งการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีความต้องการใช้พลังงานนี้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีค่าการใช้พลังงานที่สูงที่ต้องสามารถนำมาเป็นพลังงานที่คอยขับเคลื่อนกระบวนการผลิตให้เกิดขึ้นและมีการเพิ่มจำนวนความต้องการของพลังงานรูปแบบนี้อย่างไม่หยุดยั้ง เนื่องจากเป็นพลังงานที่สามารถนำมาใช้งานได้ในทันที โดยผ่านตัวแปลสำคัญอย่างโซล่าเซลล์ที่ช่วยแปลเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานรูปแบบอื่น ๆ ที่เราต้องการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงอุตสาหกรรมมีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ ยิ่งมีการเร่งกระบวนการผลิตมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องการพลังงานไฟฟ้ามากเท่านั้น จึงส่งผลต่อเนื่องให้เกิดความต้องการพลังงานแสงอาทิตย์เป็นจำนวนมากด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งพลังงานแสงอาทิตย์รูปแบบนี้มีข้อดีข้อเสียที่เราควรจะทราบก่อนนำมาใช้งานในระยะยาวต่อไป 

ข้อดีและข้อเสียของพลังงานแสงอาทิตย์ 

ในส่วนของข้อดีนั้นทุกคนก็น่าจะทราบและเห็นกันอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าพลังงานแสงอาทิตย์สามารถแปลเปลี่ยนให้เป็นพลังงานรูปแบบอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย ถูกนำมาใช้เพื่อให้เป็นพลังงานทดแทนพลังงานรูปแบบอื่น ๆ เพื่อลดต้นทุนในการผลิตหรือลดค่าใช้จ่ายของการใช้งานของพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัดได้โดยตรง เป็นพลังงานที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและสามารถหาได้ในธรรมชาติ ไม่ต้องเหนื่อยลำบากที่จะต้องไปแบกหามพลังงานเหล่านั้นมาใช้ ซึ่งพลังงานแสงอาทิตย์นี้เป็นพลังงานที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วในทุก ๆ วันอย่างไม่มีวันหมด 

ในส่วนของข้อเสียนั้นความจริงพลังงานแสงอาทิตย์มีอยู่ทุกวัน แต่ความเข้มของแสงของแต่ละวันไม่เท่าเทียมกัน จึงอาจเกิดปัญหาในการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้งานได้ เนื่องจากเราไม่สามารถประเมินความเสี่ยงหรือประเมินผลของแสงอาทิตย์ที่เราจะได้ในแต่ละวันได้เลย ว่าในวันใดจะมีแสงแดดที่แรงพอที่จะกักเก็บเป็นพลังงานมาใช้ได้อย่างเพียงพอหรือไม่ หรือบางวันที่มีอากาศเย็นฟ้าฝนครึ้มอาจจะมีแสงแดดเพียงน้อยนิดก็ทำให้ได้พลังงานที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงต้องทำให้ถูกนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนสำรองเพียงเท่านั้น หรือมาเสริมเพิ่มเติมจากกระบวนการผลิตหลัก ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าโดยตรง จึงนับว่าอาจจะค่อนข้างซับซ้อนและเพิ่มขั้นตอนในกระบวนการดึงพลังงานพอสมควร ซึ่งทางผู้ประกอบการหรือผู้ที่ต้องการใช้พลังงานแสงอาทิตย์นี้ควรจะต้องประเมินและช่างน้ำหนักดูความเสี่ยงเปรียบเทียบกับความยุ่งยากลำบากของกรรมวิธีกว่าจะได้พลังงานไฟฟ้าออกมา เทียบกับความเสี่ยงของธุรกิจที่จะต้องดำเนินไปว่าจะมีการสะดุดลงหรือได้รับผลกระทบในจุดนี้หรือไม่และจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใดต่อตัวธุรกิจ เนื่องจากการแปลเปลี่ยนพลังงานในลักษณะนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงจึงควรวางแผนการจัดการให้ดี รวมทั้งจะต้องคิดแผนสำรองหากพลังงานที่ได้ไม่เพียงพอต่อการผลิตโดยคำนวณเป็นปริมาณและกลับเก็บเป็นพลังงานสำรองเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินนั่นเอง 

Leave a Reply

Your email address will not be published.